ความเอ๋ย..ความรัก

posted on 31 Mar 2009 15:28 by friendlywind  in windlove
มาพูดถึงวันวาเลนไทน์กัน แต่ละคนคงมีหลากหลายความรู้สึกกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้
สาวช่างฝัน คงตื่นเต้น ใจเต้นตุ๊บๆ ว่าจะมีใครมาให้ดอกไม้หรือ สารภาพรักบ้างนะ...
หนุ่มบางคนก็อยู่ในช่วงเวลายากลำบาก เค้นคิดว่าตนเองต้องทำอะไรให้แฟนสาวดี (ก็ลองไม่ทำอะไรเลยสิ อาจจะเจอท่าไม้ตายของ "อาร์ตตัวแม่" เล่นงานไปอีกหลายวัน หุหุ..)
หนุ่มเจ้าสำราญ ก็ต้องวางแผน จัดสรร resource เช่น เวลา ของขวัญ ให้กับกิ๊กแต่ละคนให้เหมาะสม...
หรือมันก็เป็นเพียงแค่วันๆหนึ่งที่มี 24 ชม. เหมือนทุกๆวัน...

 

ที่มาของวันวาเลนไทน์ อย่างที่เคยได้ยินได้ฟังกันมา  คือความรักบริสุทธิ์ของนักบุญวาเลนไทน์ ที่มีต่อลูกสาวตาบอดของผู้คุมนักโทษ...
ความรัก คงเกิดขึ้นตั้งแต่แรกพระเจ้าสร้างโลกเลยนะคะ ในพระคัมภีร์จะบอกเสมอว่า "เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก ..."

 

ความรักก็เหมือนอาหารค่ะ วันนี้คุณอาจจะบอกว่า "เอาล่ะ พอแล้ว ฉันอิ่มแล้ว" แล้วคิดเหรอคะ ว่าคุณจะไม่มีวันหิวอีก??
ในเมื่อหัวใจของเราถูกออกแบบให้มีความรู้สึก  ต้องการให้ และต้องการรับ เหมือนร่างกายที่ถูกออกแบบให้หิวเพื่อรับอาหารไปใช้เป็นพลังงานในการเคลื่อนไหว...

 

การไม่เปิดรับความรักเลย เป็นการทำร้ายหัวใจตัวเองนะคะ การรับความรักมีพิษก็เช่นกัน บางทีไม่รู้ แต่บางทีก็รู้ดี แต่ก็ยังรับ ความรักมีพิษ นั้นไว้ เนื่องจากติดใจรสชาติอันหอมหวาน เหมือน น้ำผึ้งเคลือบยาพิษของมัน


ความรักมีพิษ คือ ความรักแบบไหนเหรอคะ???  มันก็คือ...
ความรัก ที่ถูกใจแต่ไม่ถูกต้อง ความรักที่ต้องแย่งชิงของๆคนอื่นมา มันให้ความรู้สึกตื่นเต้น ท้าทาย (ละคร เมียหลวง เป็นตัวอย่างที่ดีนักแล..)
ความรัก ที่หลอกลวง เสแสร้ง แกล้งว่ารักเพื่อให้ได้สิ่งที่ตนเองต้องการ
ความรัก ที่ปนเปื้อนด้วย ความใคร่ ความริษยา ความเห็นแก่ตัว
ฯลฯ

 

การที่หัวใจไม่เปิดรับความรัก เป็นการทำร้ายตัวเอง แต่การรับความรักมีพิษ นั้นยิ่งร้ายกว่านัก เราต้องฉลาดเลือกนะคะ
ว่าความรักที่เราให้ไป หรือ ได้มา เป็นความรักแบบไหน รักแท้หรือรักเทียม ส่วนตัวแล้ว เรายังเชื่อว่า เราให้อะไรไป ท้ายที่สุดเราก็จะได้สิ่งนั้นกลับมา ค่ะ...

 

ปิดท้ายด้วย นิยามรัก ซึ่งแต่ละคนคงแตกต่างกันไป สำหรับเรา ความรักคือ ความรู้สึก สุข ทุกข์ ร้อน หนาว ไปกับคนที่เรารัก ทั้งๆ ที่เราไม่ได้เป็นตัวเขา หรือ อยู่ตรงนั้นกับเขา สิ่งสำคัญคือ ความเข้าใจและเชื่อใจกันค่ะ ขอให้เพื่อนๆ ได้พบเจอแต่ ความรักปลอดสารพิษ นะคะ

เพื่อนสนิท...เธอจะรักเราได้มั้ย ??

  เมื่อช่วงหลังสงกรานต์ กลับจากทริปเกาะหวายแล้ว เราและเพื่อน 2-3 คนไปเยี่ยมเพื่อนที่กำลังไม่สบาย (ป่วยเป็นไข้ใจ) ที่บ้านของเค้า เพื่อนก็แสนดีนัก สลัดความเศร้า ลุกขึ้นมาจัดแจงทำอาหารเลี้ยง  เมนูวันนั้นคือ ผัดหมี่ซั่วใส่กุ้ง เราเองก็ได้แสดงฝีมือล้าง+หั่นผัก แกะกุ้งให้ พอเพื่อนเริ่มตั้งกะทะติดเตาแก๊ส  เราก็บ๊ายบาย ลาก่อนห้องครัว เนื่องจากไม่ค่อยถูกกับน้ำมันและความร้อน ...

อาหารหลักคือผัดหมี่ซั่วที่รู้สึกว่าเพื่อนจะลวกเส้นนานไปนิดความเค็มของเส้นเลยหายไปเกือบหมด(สงสัยจะใจลอย) ต้องขอตัวช่วยคือซีอิ้ว อืม..ค่อยยังชั่วหน่อย แต่กระนั้นผัดก็ยังอยู่เหลือเต็มชาม แม่ครัวของเราเริ่มเห็นท่าไม่ดี เลยลุกขึ้นไปหยิบจานตักแบ่งหมี่ซั่ว ไปให้พี่ข้างบ้าน (ร่วมด้วยช่วยกันกินหน่อยนะพี่) ของหวานคือ มะม่วง ที่รู้สึกจะขายดีเพราะหวานมัน อร่อย บรรยากาศเป็นแบบสบายๆ ผ่อนคลาย เพราะบ้านเพื่อนก็เหมือนบ้านเรา (ถูกกกกกก.....)

เรานั่งคุยกับกลุ่มเพื่อนๆ พร้อมกับดูหนังเรื่องบุญชู ภาค สระอูย๊าวยาว ที่ทางช่อง 3 นำมาฉายใหม่ ดูแล้วก็ขำกัน ที่ขำไม่ใช่ว่าขำมุขตลกนะ แต่ขำความเชยของมุขในหนังไทยสมัยก่อน แต่เราว่ามันยังดีกว่าหนังไทยสมัยนี้นะ ที่จะต้องมีคำหยาบ มีความรุนแรง ถึงจะมองว่าเป็นหนังตลก แต่บางทีมันก็มากไป จนไม่รู้แล้วว่าคุณค่าของหนังอยู่ตรงไหน  พระเอกบุญชู คือ สันติสุขสมัยยังหน้าละอ่อนก็แสนจะซื่อ เรามองตาพระเอกแล้วคิดถึง ซันนี่ พระเอกหนังเรื่อง เพื่อนสนิท ขึ้นมาเลย .. ก็พอดีเจ้าของบ้านเค้ามีแผ่นหนังเรื่อง "เพื่อนสนิท" อยู่ ก็เลยขอใช้สิทธิ์ความเป็นเพื่อน ยืมแผ่นไปดูนะ ปีหน้าค่อยคืนให้

ใครที่เคยดูหนังเรื่องนี้แล้วคงรู้ว่า มันเป็นเรื่องของ 2 หญิง 1 ชาย  หนีไม่พ้นเรื่องของความรัก หนังเรื่องนี้ก่อให้เกิดประเด็นที่ว่า ถ้าคุณเป็นพระเอก คุณจะเลือกใคร..  ซึ่งเราขอไม่กล่าวในประเด็นนี้ แต่ฉากหนึ่งของหนังที่สะดุดความคิดของเราคือ ฉากริมทะเล พระเอกและ พยาบาลนุ้ยที่คอยดูแลเอาใจใส่พระเอกมาตลอด ยืนหันหน้าเข้าหากัน นุ้ยเงยหน้าขึ้นมองพระเอกด้วยใบหน้าที่เศร้าสร้อย ร้องขอความรักจากเขา

"เธอจะรักเราได้มั้ย.."

เป็นคำถามที่ตอบยากรึเปล่านะ สำหรับผู้ชาย..ที่มีผู้หญิงอีกคนหนึ่งนั่งอยู่เต็มหัวใจ     

  (พอดีเราเป็นผู้หญิงน่ะเลยไม่รู้ว่าผู้ชายคิดยังงัยกัน )

ในอีกแง่มุมหนึ่ง เราพลันคิดได้ว่า มนุษย์ทุกคนไม่ว่าจะเป็นใคร สูง ต่ำ ดำ ขาว สวยงาม อัปลักษณ์ คนโง่ คนฉลาด คนดี คนเลว และไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม ต่างก็มีหัวใจ ต่างก็ มีความรัก อยากได้ความรัก ต้องการ ร้องขอ และพยายามไขว่คว้าให้ได้มันมา  รูปแบบของความรักนั้นก็หลากหลาย แต่ที่เราเห็นหลักๆ ก็คือ

ความรักของพ่อแม่  ยั่งยืน มั่นคง และ แสดงออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ  เหมือน พระอาทิตย์และพระจันทร์ ให้ชีวิต ให้แสงสว่าง ความอบอุ่น ความรักของท่านมีแต่ให้..แล้วก็ลืมว่าเคยให้ไปแล้ว แล้วก็ให้อีก..

ความรักของเพื่อน เหมือนสายลมพัดเอื่อย พัดมาพร้อมกับกลิ่นหอมชื่นใจของมิตรภาพ เพื่อนเป็นเหมือนดวงดาวบนท้องฟ้า คุณจะเพิ่มดาวบนท้องฟ้าของคุณอีกกี่ดวงก็ได้ ตราบใดที่ท้องฟ้าของคุณกว้างใหญ่พอ และแม้ว่าบางคืน จะดูเหมือนว่ามองไม่เห็นดวงดาวสักดวง คุณก็ยังมั่นใจว่าพวกเขายังอยู่กับคุณ เพียงแต่รอเวลา และ โอกาสที่จะได้มาเจอคุณอีกเท่านั้น

ที่เราไม่เคยเข้าใจคือ ความรักของชายหญิง มันช่างเป็นปริศนา เหมือนต้องมนต์สะกด ไม่มีที่มาที่ไป  มาเร็ว ไปเร็ว เหมือนพายุ และรุนแรงกว่าความรักแบบอื่น มันจึงไม่สามารถจบลงได้โดยไม่ทิ้งร่องรอยอะไรบางอย่างไว้ในชีวิตของผู้ที่เคยได้รับมัน

หากคุณอยากได้ความรัก ก่อนอื่น คุณต้องถามตนเองก่อนว่า ตัวคุณเองมีความรักที่พร้อมจะแลกมั้ย และเมื่อได้ความรักมาครอบครอง คุณพร้อมที่จะดูแลรักษามันไว้ให้ดีที่สุดหรือเปล่า  ขออย่าลืมว่า ยังมีความรักอีกหลายรูปแบบ บนโลกใบนี้  ที่พร้อมจะมอบให้คุณ เพียงแต่คุณเปิดใจรับมัน 

สุดท้ายนี้เราอยากจะบอกว่า
ความรักก็เหมือนสายลม เกรี้ยวกราดในบางครั้ง แต่อ่อนโยนโดยธรรมชาติ

ขอให้คุณเข้าใจธรรมชาติของความรักนะคะ แล้วคุณจะไม่ต้องเผชิญกับความเกรี้ยวกราดของมัน

พ่อ...คนนี้นั้นมีแต่ให้

posted on 08 Jan 2009 17:53 by friendlywind  in windfamily
ความรักของพ่อ-แม่
พ่อ-แม่ คือพรหมของลูก  พระพรหม ก็คือ ผู้สร้างโลก ในความเชื่อของศาสนาพราหมณ์...
ความหมายคือ พ่อ-แม่ เป็นผู้สร้าง เป็นที่พึ่งของลูก แม้แต่โจรร้ายหัวใจทมิฬแค่ไหนเมื่อเข้าตาจน ชีวิตใกล้จะถูกปลิด สิ่งสุดท้ายที่เขาร้องหา ก็คือ พ่อแม่ของตน...

คำโบราณกล่าวไว้ว่า หากจะแก้แค้นคนที่ฆ่าพ่อของตน ไม่ต้องไปฆ่าพ่อของคนนั้นกลับ
แต่ให้ ฆ่าลูกของมันแทน เพราะ มนุษย์จะรักและหวงแหน สายเลือดของตนยิ่งกว่าชีวิตตัวเอง...

ในฐานะที่เราทำงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ขอเปรียบเทียบนะคะว่า ก็เหมือนพระเจ้าได้วาง chip เขียนโปรแกรมคำสั่งใส่ไว้ในตัวมนุษย์ว่า พ่อแม่จะต้องรักลูก ให้ทุกสิ่งทุกอย่างแก่ลูก..ส่วนลูก ก็จะรัก เทิดทูน และ ร้องหาพ่อแม่

แล้วมาดูโลกตอนนี้ ทำไมโปรแกรมที่พระเจ้าวางไว้มันแปรปรวนนะ... เพื่อนๆคงเคยได้ยินข่าว ลูกบันดาลโทสะฆ่าพ่อแม่  พ่อกักขังลูกสาวไว้บำเรอความใคร่ของตัวเอง เปรียบไปก็เหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์โดนไวรัส ทำให้ระบบเพี้ยนไปหมด (สงสัยใกล้ถึงเวลา format เครื่องแล้วนะ โลกใบนี้...)

กลับมาที่บ้านเราดีกว่า...พ่อเรา เป็นผู้ชายตัวใหญ่ แต่คล่องแคล่ว ผ่านการทำงานมาเยอะ ในหลายอาชีพ ความขยันขันแข็ง  และไม่กลัวต่ออุปสรรค  เป็นสิ่งที่เราเห็นมาตั้งแต่เล็ก

พ่อไม่เคยเรียกร้องอะไรจากลูกๆ เลย (มีแต่เราที่เคยงอนพ่อด้วยอารมณ์เด็กๆ เพราะพ่อมะยอมซื้อมอไซค์ให้เราไปขับซิ่ง ) บางครั้งที่พ่อเหนื่อยมากๆ ก็จะพูดลอยๆว่า หากพ่อทำตามใจตัวเอง ป่านนี้พ่อก็คงไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว...
คงไปนู่นไปนี่ ไม่ต้องสนใจใคร อยากไปไหนก็ไป อยากทำอะไรก็ทำ อยากซื้อเครื่องเล่นซีดีติดรถ ก็ซื้อเลยไม่ต้องมาคิดหน้าคิดหลัง แต่นี่เพราะพ่อมีครอบครัว มีลูก  พ่อ ต้องรับผิดชอบครอบครัว...

แม่เล่าให้เราฟัง... บางทีแม่บ่นๆ กับพ่อว่า การมีลูกเนี่ย ถ้าเปรียบกับการค้าขาย ก็เหมือน ลงทุนโดยไม่รู้ว่าจะได้อะไรกลับมารึเปล่า  เรียกได้ว่า การมีลูก คือ การลงทุนที่อาจจะต้องขาดทุนย่อยยับมองไม่เห็นกำไรเลยก็ได้ เพราะ คนเป็น พ่อแม่ มีแต่ต้องให้ลูก ลูก..ที่เป็นเหมือนลูกค้า อยากได้อะไรก็ต้องหามาให้...

พ่อเราตอบว่า  ถึงดูเหมือนจะขาดทุนย่อยยับ แต่การมีลูกก็ทำให้เราได้กำไรชีวิตนะ เป็นกำไรที่วัดด้วยเงินหรือสิ่งใดๆไม่ได้ (ฟังแล้ว ดีใจจังที่ได้เกิดเป็นลูกของพ่อคนนี้ )


ต้องขอบคุณพ่อเรา ที่ตั้งแต่เกิดมา เราไม่เคยรู้สึกขาดสิ่งใดเลย พ่อ...ได้จัดเตรียมไว้ทุกอย่าง ถึงบ้านเราจะไม่ร่ำรวย แต่เราก็ไม่เคยรู้สึกน้อยหน้าใครในโลกใบนี้

ขอบคุณ...พ่อคนนี้...ที่มีแต่ให้ จริงๆ

Happy Daddy Day ka ^_^